Future ERP - 6: Conversation with AI
- Sathit Jittanupat
- 16 ส.ค.
- ยาว 2 นาที

ตอนที่ 6 - ERP ไม่ใช่พื้นที่ของนวัตกรรม
แล้วพื้นที่นั้นคือที่ใด?
ในตอนที่แล้ว เราได้พูดถึงข้อจำกัดของ ERP ในมุมของ "ข้อมูล" ที่ต้องถูกจัดระเบียบให้พร้อมใช้ก่อนนำมาเข้าสู่ระบบ ซึ่งหมายความว่า ERP มักจะ ไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทดลองหรือเก็บข้อมูลที่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ทำอะไร นั่นจึงนำมาสู่คำถามสำคัญว่า…
ถ้าองค์กรอยากทดลองโมเดลธุรกิจใหม่, อยากเก็บข้อมูลบางอย่างที่ยังไม่มีชื่อเรียก หรืออยากเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการทำงาน โดยไม่ติดกับกรอบเดิม แล้วควรทำที่ไหน?
นวัตกรรมไม่ควรเกิดในพื้นที่ควบคุม
หัวใจของนวัตกรรม (Innovation) คือความไม่แน่นอน การลองผิดลองถูก การตั้งสมมติฐานที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และแน่นอนว่า ความไม่แน่นอนเช่นนี้ ไม่ถูกออกแบบมาให้เกิดขึ้นในระบบ ERP ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ "ควบคุม" "ติดตาม" และ "ทำให้ทุกอย่างมีมาตรฐาน"
ดังนั้น นวัตกรรมจึงต้องเกิดใน "พื้นที่ที่ปลอดภัยจากการควบคุม" ซึ่งสามารถเป็นได้หลายรูปแบบ เช่น
ระบบภายนอก ERP ที่พัฒนาแบบรวดเร็ว (Low-code / No-code / Microservice)
ทีม innovation หรือ digital unit ที่มี sandbox ของตัวเอง
การใช้ cloud tools ที่แยกต่างหาก เพื่อทดลองรวบรวมและประมวลผลข้อมูลชุดใหม่
การ outsource ไปยัง partner ที่ยืดหยุ่นและเน้นความเร็ว มากกว่ากฎเกณฑ์
แนวคิด Innovation Architecture
โครงสร้างที่เปิดทางให้การลองผิดลองถูก
องค์กรที่มี innovation อย่างยั่งยืน มักจะมีโครงสร้างบางอย่างที่ชัดเจนว่า อะไรควรถูกทดลองนอกระบบเดิม, อะไรควรถูกขยับเข้ามาในระบบเมื่อพิสูจน์แล้วว่าได้ผล, และ อะไรที่ควรถูกยกเลิกไป
นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า Innovation Architecture
การออกแบบกลไกภายในองค์กรให้สามารถรับนวัตกรรมได้ โดยไม่ทำให้ระบบหลักสั่นคลอน
ERP ในที่นี้จึงเปรียบเหมือนระบบประสาทส่วนกลางที่ ควรรู้แต่ไม่ควรเหนี่ยวรั้ง ในขณะที่กล้ามเนื้อเล็กๆ ในร่างกายก็ยังสามารถเคลื่อนไหวอิสระ เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม และส่งข้อมูลย้อนกลับไปยังระบบส่วนกลางได้
ตัวอย่างแนวทาง
POC (Proof of Concept) + ERP Integration Model
- เริ่มจากการพัฒนาระบบทดลองแยกจาก ERP โดยใช้แนวคิด microservice
- ใช้ API เชื่อมต่อกับ ERP เฉพาะในจุดที่จำเป็น เช่น การดึงข้อมูลลูกค้า, สินค้า, หรือราคาขาย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
- หากพิสูจน์แล้วว่ามีผลเชิงบวก ค่อยพิจารณาว่าควรดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ core ERP หรือไม่
Innovation-as-a-Service จาก partner
- ใช้แนวทางเอาท์ซอร์สไอเดีย เช่น ให้บริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน digital หรือ AI พัฒนาระบบต้นแบบให้
- ERP ทำหน้าที่รับผลลัพธ์ หรือจัดการความสัมพันธ์กับระบบต้นทาง
Low-Code Sandbox
- พื้นที่ที่ให้ user สร้างโมเดลหรือ flow การทำงานใหม่ได้เอง โดยไม่ไปแตะต้องระบบจริง
- หากแนวทางที่สร้างขึ้นนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ ERP จึงค่อย implement ในระบบหลัก
ERP ยุคใหม่ควรเป็น Orchestrator
บทบาทใหม่ที่ ERP ควรรับในยุคนี้ ไม่ใช่การเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง แต่คือการทำตัวเป็น Orchestrator - ผู้จัดเรียง flow ให้เหมาะสม สนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
สิ่งนี้ทำให้ ERP ไม่จำเป็นต้อง "แบกรับทุกความต้องการ" แต่สามารถทำหน้าที่ร่วมกับนวัตกรรมอื่นๆ ได้ โดยไม่กลายเป็นอุปสรรค
คำถามชวนคิดส่งท้าย
ถ้าการสร้างนวัตกรรมต้องเกิดนอก ERP แล้วจะมีหลักอะไรที่จะใช้ตัดสินว่า เมื่อไรสิ่งนั้น "พร้อม" สำหรับการเข้าไปอยู่ในระบบหลัก?
ใครควรเป็นคนกำหนดเกณฑ์นั้น? ทีม IT, ฝ่ายบัญชี, ผู้บริหาร, หรือผู้ใช้งาน?
และเมื่อถึงจุดที่ระบบ ERP เองไม่ใช่แค่โปรแกรม แต่กลายเป็นโครงสร้างที่พร้อมเปิดรับนวัตกรรมเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ เราจะยังเรียกมันว่า ERP อยู่ไหม?
เบื้องหลังบทสนทนา
คำถามสำคัญอยู่ที่ "ERP คืออะไร"
หลายครั้งที่สนทนากับผู้คนแล้วพบว่า ERP ของพวกเขามีความหมายไม่เหมือนกัน รวมทั้งเมื่อคุยกับ AI ด้วย การตระหนักในแง่มุมนี้ทำให้หลายครั้งผมพยายามที่จะสืบค้นไปถึงประสบการณ์เกี่ยวกับ ERP ที่เขาพบเจอมา
สำหรับคนส่วนใหญ่ประสบการณ์ของ ERP มักครอบคลุมเท่ากับองค์กรที่เขาทำงานอยู่ และจำนวนมากเป็นมุมที่มาจากตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ ยิ่งองค์กรใหญ่ภาพของ ERP มักเป็นเพียงส่วนเสี้ยวของทั้งหมด
สำหรับ AI เอง ข่าวสารความรู้ที่แพร่หลายมักมาจากบริบทขององค์กรใหญ่ และ ERP ที่ใช้มามายาวนาน ขณะที่ประสบการณ์ของผมกับองค์กรขนาดเล็กและกลางในประเทศไทย กลับรู้สึกแปลกแยกแตกต่างมากมาย
หลังจากที่ผมใช้เวลาทบทวนเรื่องราวตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จากบทความที่กล่าวถึง ERP กับ Innovation รู้สึกว่าบางทีอาจเป็นเพียงความคาดหวังของผู้เขียนที่อยากให้ ERP ครอบคลุมไปถึง Innovation ในอนาคตด้วย แต่หลายครั้งที่คุณพยายามบอกว่า ERP ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อ control process . ขณะเดียวกันภาพจำของ ERP ทั้งหลายก็คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมของค่ายใดค่ายหนึ่ง ดังนั้นเมื่อมี Innovation จึงต้องติดอยู่ในกรอบหรือเทคโนโลยีของผู้สร้าง ERP นั้น ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงเครื่องมือที่ใช้ implement เหมือนกับโลกในยุคที่ประเทศต่างๆ ยังไม่สามารถเชื่อมต่อค้าขายกันได้ . หากพิจารณาในแง่พื้นฐานสำคัญของ cloud ที่ซอฟต์แวร์สามารถสื่อสารระหว่างกันผ่าน API ได้ หากไม่ติดภาพจำเลียนแบบการออกแบบของ ERP ระดับโลกที่พยายามครอบคลุมทุกอย่าง ดังนั้น core ERP ยุคใหม่จึงควรหดเล็กลง ทำหน้าที่เป็น orchestrator ขององค์กร สนับสนุนการเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ระบบอื่นๆ ได้มากกว่า จนสุดท้ายแม้กระทั่ง core ERP เองก็อาจไม่ได้หมายถึงซอฟต์แวร์ แต่เป็น spec. มาตรฐานขั้นต่ำ ที่เปิดให้พัฒนาอิสระ หรืออาจเป็น ERP infrastructure layer หนึ่ง (นึกถึง blockchain)
ERP ที่เรารู้จัก อาจไม่ใช่สิ่งที่ ERP ควรเป็นในอนาคต
"ERP ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุม แต่วันนี้องค์กรต้องการขยับตัว"
ถ้าเรายังคาดหวังว่า ERP จะกลายเป็น Innovation Engine - เราอาจเข้าใจผิด "บทบาทดั้งเดิมของมัน"
ERP เดิม = "Single Source of Truth" สำหรับธุรกิจ
ถูกสร้างในยุคที่ ความเสถียร สำคัญกว่าความเปลี่ยนแปลง
ยุคนั้น ERP = โรงงานผลิตข้อมูล → ควบคุมกระบวนการ → รักษามาตรฐาน
แต่วันนี้:
กระบวนการเปลี่ยนไปเร็วกว่ารอบของ release
ข้อมูลไม่ได้อยู่ที่เดียว
ความคาดหวัง = ต้องมี system ที่ "ไม่ตายตัว" แต่ยัง "น่าเชื่อถือ"
ดังนั้น core ERP ที่ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม
จะกลายเป็น ตัวยึดองค์กรไว้กับอดีต
แทนที่จะเป็น เครื่องช่วยขับเคลื่อนอนาคต
ความคิดเห็น