top of page
ค้นหา

วันที่เราเลิกบังคับใช้ UI Framework

รูปภาพนักเขียน: Sathit Jittanupat
Sathit Jittanupat
27 มิ.ย.
ยาว 2 นาที

"เรากำลังพบว่า Framework อาจเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการข้อจำกัดของมนุษย์ มากกว่าจะเป็นข้อกำหนดของซอฟต์แวร์"




เพียงแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา

กระบวนการพัฒนาโปรแกรมของเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง


มันไม่ใช่การเปลี่ยนเวอร์ชันของ Framework

ไม่ใช่การย้ายจาก JavaScript ไป TypeScript

และไม่ใช่การเปลี่ยนเครื่องมือ AI ตัวใหม่


แต่เป็นการเปลี่ยนความเชื่อบางอย่างที่เราใช้สร้าง ERP มานานหลายปี



ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนถึงแนวคิด Headless ERP ว่า ERP ควรลดบทบาทของตัวเองในฐานะ Application ลง และทำหน้าที่เป็น Core Platform ที่เปิดให้ Frontend หลากหลายรูปแบบเข้ามาเชื่อมต่อได้


ตอนนั้นมันยังเป็นเพียงแนวคิด

วันนี้มันเริ่มเกิดขึ้นจริงแล้ว


และคนที่ผลักดันให้เกิดขึ้น

ไม่ใช่ทีม Developer

แต่เป็นผู้วางระบบ



ผู้วางระบบในทีมของเรา มีหน้าที่ค่อนข้างพิเศษ


เขาไม่ใช่โปรแกรมเมอร์

แต่ก็ไม่ใช่ User


หน้าที่หลักคือฟังภาษาของลูกค้า

ทำความเข้าใจกระบวนการทำงาน

แล้วแปลงมันกลับมาเป็น Configuration ของ ERP


คนกลุ่มนี้เข้าใจ Business Logic

เข้าใจ Data Structure

เข้าใจว่าข้อมูลควรถูกจัดเก็บอย่างไร

และเข้าใจว่าผู้ใช้งานควรเดินผ่าน Workflow แบบไหน


แต่สิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้คือเขียนโปรแกรม


เมื่อเจอ Requirement ที่เกินขอบเขตของระบบมาตรฐาน

พวกเขาต้องอธิบายสิ่งที่คิดให้ทีมพัฒนาเข้าใจ


จากนั้นทีมพัฒนาจึงสร้าง Custom View ขึ้นมา

แล้วส่งกลับไปตรวจ


จากนั้นก็แก้

แล้วตรวจใหม่

วนซ้ำหลายรอบ


เป็น Loop ที่ทุกคนในวงการ Business Software คุ้นเคยดี



แล้ว AI ก็เข้ามา


สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เริ่มจากการให้ AI เขียน Code

แต่เริ่มจากการให้ AI สร้างหน้าจอ


ผู้วางระบบเริ่มอธิบายสิ่งที่อยู่ในหัวให้ AI ฟัง

จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น 2 ไฟล์


ไฟล์แรกคือ .md

เป็นบันทึกอธิบายแนวคิด วิธีคิด และเหตุผลเบื้องหลังการออกแบบ


อีกไฟล์คือ .html

ซึ่งไม่ใช่ภาพ Mockup

แต่เป็น Single Page Application ที่สามารถกดเล่นได้จริง


มีข้อมูลจำลอง

มี Flow การใช้งาน

มี Interaction ให้เห็นภาพเกือบทั้งหมด


แม้ยังไม่เชื่อมต่อกับ ERP จริงก็ตาม



เมื่อส่งมอบมาถึงทีมพัฒนา


สิ่งที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่การตีความ Requirement อีกต่อไป


แต่เป็นการเชื่อม Mockup Data ให้กลายเป็น Real Data

โดยอาศัย Context ที่อยู่ในไฟล์ .md


งานส่วนใหญ่เปลี่ยนจาก

"ช่วยผมจินตนาการว่าหน้าจอควรเป็นอย่างไร"


กลายเป็น

"ช่วยผมเชื่อมสิ่งที่เห็นอยู่แล้วเข้ากับระบบจริง"


ความแตกต่างระหว่างสองประโยคนี้ มากกว่าที่คิด



ในช่วงแรก เราพยายามต่อต้าน


ทีมพัฒนาพยายามนำ HTML ที่ได้มา

แปลงกลับเข้าสู่ UI Framework มาตรฐานของ ERP


มันดูสมเหตุสมผล

เพราะ Framework ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมมาตรฐาน


ควบคุมคุณภาพ

ควบคุมความสม่ำเสมอ

และลดความแตกต่างระหว่างโปรแกรมเมอร์แต่ละคน


แต่ยิ่งทำ ยิ่งรู้สึกว่ากำลังสร้างงานเพิ่มขึ้น


งานที่ AI ทำเสร็จไปแล้ว

เรากำลังรื้อออกเพื่อสร้างใหม่อีกครั้ง


เพียงเพราะมันไม่ได้อยู่ในกรอบที่เราคุ้นเคย



จนวันหนึ่ง เราตัดสินใจหยุด

และยอมรับว่า Framework อาจเป็นเพียง "วิธีหนึ่ง" ในการแก้ปัญหา


ไม่ใช่ "ความจริงหนึ่งเดียว"


ถ้า AI สามารถสร้าง Standalone UI ได้

และสามารถปรับแก้จนดูมีมาตรฐานเดียวกันได้


บางที Framework อาจไม่ใช่ข้อกำหนดที่จำเป็นอีกต่อไป


อย่างน้อยก็สำหรับงานบางประเภท

โดยเฉพาะ Dashboard และหน้าจอแบบ Read-only


ซึ่งปัจจุบันสามารถส่งมอบได้เร็วกว่าเดิมมาก

และสวยกว่าเดิมด้วย




จุดที่ทำใจยากที่สุด ไม่ใช่เรื่องเทคนิค

แต่เป็นเรื่องความเชื่อ


Foundation ของ ERP เดิม

ถูกสร้างขึ้นบนแนวคิดว่าควรมีมาตรฐาน UX/UI กลาง


มีทฤษฎี

มีแนวปฏิบัติ

มีรูปแบบที่ถูกต้อง

และพยายามถ่ายทอดมันต่อมาเรื่อยๆ


แต่วันนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า

ผู้สร้างระบบควรเป็นคนกำหนดประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ผู้ใช้


หรือผู้ใช้ควรเป็นคนเลือกประสบการณ์ที่เหมาะกับตัวเอง


ผมนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมา


พิซซ่าที่อร่อยที่สุด

อาจไม่ใช่พิซซ่าที่เชฟตั้งใจทำที่สุด

แต่อาจเป็นพิซซ่าที่คนกินเลือกโรยหน้าเอง



แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ด้านสว่าง


เมื่อ Frontend ถูกเปิดกว้างขึ้น


คำถามใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้น


เรื่อง Security

เรื่อง Permission

เรื่อง Audit

เรื่องมาตรฐานข้อมูล

เรื่อง Maintainability


รวมถึงคำถามที่ใหญ่กว่านั้น


ถ้าวันหนึ่งนักพัฒนาภายนอกสามารถสร้าง Custom View ได้เอง


แล้วถ้าเป็น AI ล่ะ..


Core ERP ควรเปิดกว้างแค่ไหน

และควรป้องกันอะไรบ้าง



ทุกวันนี้ Core ERP ของเรายังอยู่ในภาวะสองโลก


โลกหนึ่งคือ Legacy

อีกโลกหนึ่งคือ Playground


เราเปิดพื้นที่ให้แนวทางใหม่เติบโต

โดยยังไม่รีบตัดสินว่ามันถูกหรือผิด


เฝ้าดูมันอย่างใกล้ชิด

เรียนรู้จากมัน

และยอมรับว่าบางจุดยังมีความเสี่ยง



แต่มีสิ่งหนึ่งที่เริ่มชัดเจนขึ้นทุกวัน


บทบาทของทีม Core ERP กำลังเปลี่ยนไป


จากเดิมที่ต้องคิดทุกอย่างตั้งแต่ฐานข้อมูลจนถึงหน้าจอ

กลายเป็นผู้ให้บริการ Business Capability


คิดเรื่อง Frontend น้อยลง

คิดเรื่อง Data Contract มากขึ้น

คิดเรื่อง API มากขึ้น

คิดเรื่อง Security มากขึ้น


และคิดเรื่องการเปิดพื้นที่ให้คนอื่นสร้างสิ่งใหม่บน Platform ของเรา มากขึ้น



บางที สิ่งที่ AI เปลี่ยนแปลง

อาจไม่ใช่วิธีเขียนโปรแกรม


แต่อาจเป็นการทำให้เราเริ่มตั้งคำถาม

กับข้อสมมติฐานที่เคยเชื่อว่าถูกต้องที่สุด


รวมถึงข้อสมมติฐานที่ว่า

ทุกหน้าจอใน ERP ควรถูกสร้างด้วย Framework เดียวกัน


 
 
 

ความคิดเห็น


  • Facebook

©2020 by Scraft On Cloud. Proudly created with Wix.com

bottom of page