top of page
ค้นหา

Networked Fulfillment Model

  • รูปภาพนักเขียน: Sathit Jittanupat
    Sathit Jittanupat
  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
บทเรียนจากการออกแบบ ERP สำหรับ Installation Ecosystem

เมื่อการติดตั้งไม่ใช่งานของบริษัทเดียว


วันหนึ่งระหว่างการประชุมออกแบบระบบ

มีคำถามหนึ่งที่ทำให้เราต้องหยุดคิด


“ธุรกรรมหนึ่งรายการในระบบนี้ จริง ๆ แล้วมีใครเกี่ยวข้องบ้าง?”


ตอนแรกคำถามนี้ฟังดูเหมือนคำถามพื้นฐานของระบบ ERP ทั่วไป

เพราะเรามักคุ้นเคยกับธุรกรรมแบบง่าย ๆ ระหว่างสองฝ่าย


ผู้ขาย และ ผู้ซื้อ


แต่เมื่อเราเริ่มไล่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจนี้

คำตอบกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก


มีร้านค้าที่คุยกับลูกค้า

มีช่างที่ไปติดตั้ง

มีผู้จัดหาสินค้าที่ถือสต็อก

และมีลูกค้าปลายทางที่ใช้งานสินค้า


ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นใน “เหตุการณ์เดียวกัน”


ตอนนั้นเองที่เราค่อย ๆ เข้าใจว่า  สิ่งที่เรากำลังออกแบบไม่ใช่ระบบขายสินค้า แต่คือระบบที่ต้องทำให้คนหลายองค์กร  สามารถทำงานร่วมกันในเหตุการณ์เดียวได้

และนั่นคือจุดที่เราพบว่า ธุรกิจนี้ไม่ได้เป็นเพียงระบบขายสินค้า


แต่มันคือ ระบบที่ต้องประสานงานเครือข่ายของผู้คนหลายฝ่าย


จุดเริ่มต้นของงานติดตั้ง


ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง ลูกค้ามักไม่ได้เริ่มต้นจากแบรนด์สินค้าโดยตรง


ลูกค้าเริ่มจากคนที่ให้คำแนะนำก่อน


อาจเป็น

  • ร้านค้า

  • showroom

  • ที่ปรึกษา

  • ผู้รับเหมาท้องถิ่น


คนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการให้บริการกับลูกค้า


เราจึงเรียกบทบาทนี้ว่า Service Front


หากมองอย่างง่าย กระบวนการอาจดูเหมือนเป็นแบบนี้



Customer
   │
   ▼
Service Front
(ร้านค้า / ที่ปรึกษา)
   │
   ▼
Installer
(ช่างติดตั้ง)
   │
   ▼
Reseller
(ผู้จัดหาสินค้า)

แต่สิ่งที่สำคัญคือ บริษัทหนึ่งมักไม่ได้มีทุกความสามารถอยู่ในตัวเอง


ร้านค้าอาจไม่ได้มีช่างติดตั้ง ช่างติดตั้งอาจไม่ได้มีสินค้าในสต็อก ผู้จัดหาสินค้าอาจไม่เคยพบลูกค้าเลย


งานติดตั้งหนึ่งงานจึงต้องอาศัย ความร่วมมือของหลายองค์กร


จาก Supply Chain สู่ Network


ในระบบจัดจำหน่ายสินค้าแบบดั้งเดิม เรามักเห็นโครงสร้างที่เป็นเส้นตรง


Manufacturer → Distributor → Dealer → Customer

แต่เมื่อมีการติดตั้งเข้ามาเกี่ยวข้อง โครงสร้างนี้เริ่มเปลี่ยนไป


Service Front หนึ่งแห่งอาจทำงานร่วมกับช่างหลายทีม


Service Front
 ├ Installer A
 ├ Installer B
 └ Installer C

ในขณะเดียวกัน ช่างแต่ละทีมก็อาจซื้อสินค้าจากผู้จัดหาหลายราย


Installer B
 ├ Reseller A
 ├ Reseller B
 └ Reseller C

สิ่งที่เราเห็นจึงไม่ใช่ chain อีกต่อไป


แต่มันกลายเป็น network ของผู้ร่วมงาน


และนี่คือจุดที่ระบบ ERP แบบดั้งเดิมเริ่มมีข้อจำกัด


เพราะ ERP ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาสำหรับโลกที่ความสัมพันธ์เป็นเส้นตรง


ศูนย์กลางที่แท้จริงของธุรกิจ


เมื่อเราลองมองระบบนี้จากอีกมุมหนึ่ง คำถามสำคัญคือ


“อะไรคือศูนย์กลางของธุรกิจนี้”


คำตอบไม่ใช่สินค้า

แต่คือ เหตุการณ์การติดตั้ง



                Product (Serial)
                      │
Customer ── Installation Event ── Installer
                      │
               Service Front
                      │
                   Reseller

เหตุการณ์การติดตั้งหนึ่งครั้งเชื่อมโยงทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน


  • สินค้าที่ถูกติดตั้ง

  • ช่างที่ทำงาน

  • ร้านที่ดูแลลูกค้า

  • ผู้จัดหาสินค้า

  • ลูกค้าปลายทาง


นี่คือ multi-party transaction


ในขณะที่ ERP ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาสำหรับธุรกรรมระหว่างสองฝ่าย



Seller ↔ Buyer

ความแตกต่างนี้ทำให้การออกแบบระบบต้องคิดใหม่ตั้งแต่พื้นฐาน


Serial Number: สะพานระหว่างสินค้าและบริการ


สำหรับเจ้าของสินค้า สิ่งที่สำคัญคือการติดตามว่าสินค้าเดินทางผ่าน ecosystem อย่างไร


เครื่องมือสำคัญคือ serial number


Product
   │
   ▼
Serial Number
   │
   ▼
Reseller

เมื่อสินค้าถูกติดตั้ง serial number จะถูกเชื่อมเข้ากับ installation event



Serial Number
      │
      ▼
Installation Event
      │
      ▼
Customer

ตั้งแต่วินาทีนั้น ระบบจะสามารถตอบคำถามสำคัญได้ เช่น


  • สินค้านี้ถูกจัดจำหน่ายผ่านใคร

  • ใครเป็นผู้ติดตั้ง

  • ลูกค้าปลายทางคือใคร


serial number จึงกลายเป็น สะพานเชื่อมระหว่างโลกของสินค้าและโลกของบริการ


ข้อมูลสำคัญเกิดหลังการขาย


อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ระบบนี้แตกต่างจากระบบขายสินค้าทั่วไป คือข้อมูลสำคัญจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นในตอนขาย


แต่มักเกิดขึ้น หลังจากการติดตั้งเสร็จแล้ว


ตัวอย่างกระบวนการลงทะเบียนอาจเป็นแบบนี้



Scan Serial Number
        │
        ▼
Select Installer
        │
        ▼
Select Service Front
        │
        ▼
Register Customer
        │
        ▼
Activate Warranty

นั่นหมายความว่า ระบบต้องรองรับ เหตุการณ์ทางธุรกิจหลังการขาย


ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ ERP แบบดั้งเดิมให้ความสำคัญมากนัก


Identity ที่มีสองระดับ


อีกความซับซ้อนหนึ่งคือ ผู้เล่นในระบบมีทั้ง


  • ระดับบุคคล

  • ระดับองค์กร


ตัวอย่างเช่น


Organization
   │
   ├ Employee A
   ├ Employee B
   └ Employee C

เมื่อเกิด installation event ระบบอาจต้องบันทึกทั้งบุคคลและบริษัท


Installer (Person)
     │
     ▼
Installer Company

หรือ


Service Staff (Person)
     │
     ▼
Service Company

ดังนั้นระบบจึงต้องออกแบบ identity model สองชั้น


  • Person

  • Organization


บทบาทที่เปลี่ยนแปลงได้


ใน ecosystem แบบนี้ บทบาทขององค์กรไม่ได้ตายตัว


บางบริษัทอาจทำหลายบทบาทพร้อมกัน



Company A
 ├ Service Front
 ├ Installer
 └ Reseller

บางบริษัทอาจเป็นเพียงช่างติดตั้งอย่างเดียว


Company B
 └ Installer

ระบบจึงต้องรองรับ dynamic role

ไม่ใช่กำหนดประเภทองค์กรแบบตายตัวตั้งแต่ต้น


จาก Document-Centric สู่ Event-Centric


ERP ส่วนใหญ่ถูกออกแบบโดยมีเอกสารเป็นศูนย์กลาง


Sales Order
   ↓
Delivery
   ↓
Invoice

แต่ใน ecosystem ของการติดตั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เอกสาร


แต่คือ เหตุการณ์



Installation Event

เหตุการณ์นี้เป็นจุดที่เชื่อมโยงทุกอย่างในระบบ


  • product

  • customer

  • installer

  • service front

  • reseller


ดังนั้นการออกแบบระบบจึงควรเริ่มจาก event model


ไม่ใช่เริ่มจากเอกสารทางธุรกิจ


บทเรียนจากระบบลักษณะนี้


ในตอนแรก ธุรกิจนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงระบบจัดจำหน่ายสินค้า


แต่เมื่อมองจากวิธีทำงานจริงในภาคสนาม เราจะพบว่า


ความท้าทายของระบบไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้า


แต่อยู่ที่ การประสานงานของเครือข่ายผู้เล่นหลายฝ่าย


หรืออาจพูดอีกแบบหนึ่งได้ว่า


ปัญหาของระบบนี้ไม่ใช่การขายสินค้า แต่คือการทำให้เครือข่ายทำงานร่วมกันได้

เมื่อมองเห็นสิ่งนี้ การออกแบบ ERP ก็จะเปลี่ยนไป


แทนที่จะโฟกัสเพียงเอกสารการขาย ระบบต้องสามารถสะท้อน


  • ความสัมพันธ์แบบ network

  • ธุรกรรมที่มีหลายฝ่าย

  • เหตุการณ์บริการหลังการขาย

  • และการติดตามสินค้าผ่าน serial number


เมื่อระบบสะท้อนโลกของการทำงานจริงได้ครบถ้วน มันจึงจะสามารถรองรับการเติบโตของ ecosystem นี้ได้ในระยะยาว


 
 
 

ความคิดเห็น


Post: Blog2_Post
  • Facebook

©2020 by Scraft On Cloud. Proudly created with Wix.com

bottom of page