top of page
ค้นหา

Report is Dead

  • รูปภาพนักเขียน: Sathit Jittanupat
    Sathit Jittanupat
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เมื่อ AI ทำให้ "รายงาน" หมดความจำเป็น



ถ้าให้ผมเดาเหตุผลว่า  ทำไมโปรแกรมบัญชีแทบทุกตัวในโลกถึงเต็มไปด้วย “รายงาน” คำตอบอาจไม่ใช่เรื่องคอมพิวเตอร์เลย แต่อาจเป็นเพราะ…กระดาษ



การทำบัญชีเริ่มต้นจากสมุดบัญชี


รายการค้าถูกเขียนเรียงกันเป็นบรรทัด  ตรวจสอบทีละรายการ รวมยอด ยกยอด  แล้วสรุปออกมาเป็นอีกหน้าหนึ่ง ทุกอย่างเกิดขึ้นบนกระดาษ


เมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามา  โปรแกรมบัญชีจึงแทบไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิด  เพียงแค่เปลี่ยนจาก “เขียนลงสมุด” มาเป็น “คีย์ข้อมูลเข้าระบบ”


สุดท้ายก็พิมพ์ออกมาเป็นกระดาษเหมือนเดิม


หน้าตารายงานจึงยังเป็นตาราง  มีหัวคอลัมน์ มีเลขหน้า มีบรรทัดรวมยอด  และพร้อมสำหรับการพิมพ์

เราไม่ได้ออกแบบรายงานสำหรับคอมพิวเตอร์ แต่เราออกแบบคอมพิวเตอร์ให้เลียนแบบกระดาษ


ธรรมชาติของงานบัญชีก็ยิ่งทำให้สิ่งนี้ฝังแน่น


นักบัญชีถูกฝึกให้ระมัดระวัง ตรวจทีละรายการ ไล่ยอด เทียบเลข กระทบยอด


คนรุ่นก่อนสอนคนรุ่นหลังด้วยกระบวนการเดิม  เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่


ผู้อาวุโสกว่ามักเป็นผู้กำหนด ไม่มีใครกล้าเปลี่ยน ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามว่า


เรายังจำเป็นต้องทำงานแบบนี้อยู่หรือเปล่า



ERP ก็เติบโตมาจากรากเดียวกัน แม้จะเรียกตัวเองว่า Enterprise Resource Planning แต่ภาพจำของ “รายงาน” ก็ยังเป็นกระดาษที่ถูกแสดงบนหน้าจอ


ทั้งที่คอมพิวเตอร์ทำอะไรได้มากกว่านั้นมาก


มันค้นหาได้ทันที กรองข้อมูลได้ จัดกลุ่มได้ เจาะรายละเอียดได้ เปรียบเทียบหลายมิติได้ ซ่อนรายละเอียดได้ สรุปใหม่ได้ตลอดเวลา


แต่เรากลับเอาศักยภาพทั้งหมดนี้ไปสร้าง “กระดาษเสมือน”



หลายสิบปีที่ผ่านมา  ผู้ใช้ก็เชื่อว่านี่คือธรรมชาติของโปรแกรม


ไม่ใช่เพราะมันดีที่สุด แต่เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า


การจะได้ Dashboard ดี ๆ สักอัน  ต้องดึงข้อมูลออกจาก ERP ก่อน Export เป็น Excel จัดตารางใหม่ สร้าง Pivot ทำกราฟแก้สูตร

แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องเริ่มใหม่


ความฝืดไม่ได้อยู่ที่ Excel Excel เก่งมาก ความฝืดอยู่ที่การเตรียมข้อมูล เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการ “ลำเลียงข้อมูล”  ไม่ใช่การวิเคราะห์ข้อมูล



สิ่งที่ทำให้ผมเริ่มคิดว่า “รายงาน” อาจกำลังหมดความจำเป็น  ไม่ใช่เพราะ Dashboard สวยขึ้น


แต่เป็นเพราะ AI เริ่มเข้าใจ Data Model ของ ERP


เมื่อ AI เข้าใจว่า ใบกำกับภาษีคือยอดขาย ใบลดหนี้คือยอดขายติดลบ เอกสารผลิตมีสถานะ สาขาเชื่อมกับเป้าหมาย วันที่เอกสารหมายถึงอะไร


ความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมดก็กลายเป็นภาษาที่ AI เข้าใจได้

ทันทีที่ผู้ใช้บอกว่า

“ขอดูยอดขายเดือนนี้ เทียบเป้าของแต่ละสาขา”

AI สามารถสร้าง Aggregation Query ที่ถูกต้อง  แล้วนำผลลัพธ์มาแสดงได้ทันที


ไม่ต้อง Export ไม่ต้องเตรียม Data ไม่ต้องสร้าง Pivot ไม่ต้องเปิดโปรแกรมอื่น


ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ AI ยังช่วยออกแบบหน้าตา Dashboard ไปพร้อมกัน


ถ้าผู้ใช้บอกว่า

“อยากเห็นเป็นกราฟแท่ง”

ก็เปลี่ยน

“เพิ่มตัวเลขสะสม”

ก็เพิ่ม

“ย้ายกราฟไปด้านบน”

ก็ย้าย


Dashboard กลายเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา  ไม่ใช่ของที่ต้องส่งให้โปรแกรมเมอร์แก้ทุกครั้ง



ยิ่งคิด ผมยิ่งรู้สึกว่า สิ่งที่ AI กำลังทำ ไม่ใช่การสร้าง Dashboard แต่กำลังลบขั้นตอนทั้งหมดที่อยู่ระหว่าง “ข้อมูล” กับ “การตัดสินใจ”


เมื่อก่อน

ข้อมูล → Export → Prepare Data → Pivot → Chart → วิเคราะห์

วันนี้อาจเหลือเพียง

ข้อมูล → AI → ตัดสินใจ


ลองนึกถึงหน้าสรุปยอดขาย แทนที่จะเป็นรายงานหลายสิบหน้า หน้าจอเดียวก็เพียงพอ


ยอดขายจริงถูกคำนวณจากใบกำกับภาษีและใบลดหนี้โดยตรง เป้าหมายของแต่ละสาขาถูกเก็บไว้ในตารางที่ผู้จัดการสามารถปรับได้เอง


ผู้ใช้เลือกดู “เดือนนี้” “เดือนก่อน” หรือ “ปีที่แล้วช่วงเดียวกัน” ได้ทันที


ตัวเลข กราฟ และเปอร์เซ็นต์การเติบโต เปลี่ยนพร้อมกันทั้งหมด ถ้าสาขาใดต่ำกว่าเป้า ระบบก็แสดงให้เห็นทันที ผู้จัดการไม่ต้องไล่อ่านรายละเอียดทุกใบกำกับภาษี

เขาจะเปิดดูรายละเอียดก็ต่อเมื่อ Dashboard บอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ



หรือในโรงงาน เมื่อก่อนเราแทบไม่รู้ภาพรวมเลยว่า วันนี้มีงานผลิตทั้งหมดกี่ชิ้น มีมูลค่าเท่าไร งานที่กำลังผลิตกองอยู่ตรงไหน งานไหนรอผลิต งานไหนผลิตเสร็จแต่ยังไม่ส่งต่อ งานแต่ละชิ้นใช้เวลาจริงกี่วัน


ทุกคำถามตอบได้ แต่ต้องตอบด้วยรายงานหลายชุด ทุกคนเสียเวลาเปิดรายงานเพื่อ “หาปัญหา”


ทั้งที่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือ ระบบต้องเป็นฝ่ายหาปัญหาให้เรา


งานที่ค้างเกินสามวันควรกลายเป็นสีแดง สายการผลิตที่เริ่มช้าผิดปกติควรถูกดันขึ้นมาอยู่บนสุด สินค้าที่ติดคอขวดควรเห็นได้ในทันที

เราไม่ควรใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหา แต่ควรใช้เวลาไปกับการแก้ปัญหา


ผมจึงเริ่มเชื่อว่า AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือ แต่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้


จากเดิมที่เปิดรายงานเพื่อพิสูจน์ว่า “ข้อมูลถูกต้อง” ไปสู่การเปิด Dashboard เพื่อค้นหาว่า “อะไรผิดปกติ”


นี่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดครั้งใหญ่ เพราะเป้าหมายของการดูข้อมูลไม่ใช่การตรวจนับ แต่คือการตัดสินใจ



บางที ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจยังใช้คำว่า “รายงาน” กันอยู่ เหมือนที่ทุกวันนี้เรายังเรียกไอคอนบันทึกว่า “รูปแผ่นฟลอปปี้” ทั้งที่ไม่มีใครใช้แผ่นฟลอปปี้มานานแล้ว


คำว่า “รายงาน” อาจยังอยู่ แต่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ จะไม่ใช่รายงานอีกต่อไป พวกเขาต้องการคำตอบ และ AI กำลังทำให้คำตอบนั้น ปรากฏขึ้นทันที  โดยไม่ต้องผ่านกระดาษ ไม่ต้องผ่าน Pivot  และไม่ต้องผ่านรายงานอีกต่อไป

 
 
 

ความคิดเห็น


  • Facebook

©2020 by Scraft On Cloud. Proudly created with Wix.com

bottom of page